ของพรีเมี่ยมยุคใหม่ ต้อง Power Bank ทันสมัย รักษ์โลก นำกลับมาใช้ได้

ปีนี้จะแจกอะไรดีน้า? ถ้ายังนึกไม่ออกเราขอเสนอ Power Bank!

เพราะของพรีเมี่ยมสมัยนี้ต้องฮิตติดกระแส iPhone SmartPhone และใช้งานได้จริง Power Bank นี่สิน่าแจกสุดๆ
สมัยนี้เราเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารแล้ว แถมโลกก็ยังต้องการที่จะลดขยะ ลดความสิ้นเปลืองจากการผลิตที่ก่อเกิดมลพิษและยากต่อการกำจัด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยชะลอภาวะวิกฤตของโลกเรา อย่าลืมไปสิว่าเรามีโลกแค่ใบเดียวนะ

Q: คำถามก็คือ Power Bank นี่มันมีส่วนการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
A: คำตอบก็คือ Power Bank ไม่ได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมหรอก แต่สิ่งที่อยู่ด้านในต่างหากที่ช่วย นั่นก็คือแบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อนที่อยู่ภายในนั่นเอง ถึงแม้พูดไปอาจจะไม่ได้เป็นการช่วยโดยตรง แต่แบตลิเธียมไออ้อนก็ยังถือว่าได้ช่วยให้เราลดการผลิต Power Bank ที่ต้องใช้ถ่าน AA หรือถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งมีสารหนักที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมค่อนข้างมาก หากไม่ควบคุมหรือคัดแยกขยะให้ดีแล้วจะทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารหนักจากทั้ง ตะกั่ว แคดเมียม นิเกิล หากสารพิษเหล่านี้ซึมลงสู่ผิวดินอาจทำให้เกิดอันตรายต่่างๆ ทั้งผู้คนที่สัมผัสหรือสูดดม หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมเองก็ตามที่ถูกปนเปื้อนจากสารพิษจะส่งผลทั้ง พืช สัตว์ หรือไม่เว้นแม้แต่แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและบริโภค

ข้อดีอีกข้อของแบตเตอรี่ลิเธียมนันก็คือ คายประจุต่ำ ทำให้ถึงแม้ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานๆก็ไม่จำเป็นต้องไปชาร์จกันบ่อยๆ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าที่ต้องมานั่งชาร์จกันบ่อยๆเพราะไฟมันหายไปเอง ถึงจะไม่ได้นำมาใช้งานก็ตาม ซึ่งถ่านชาร์จแบบเก่าๆเป็นแบบนี้หมด แต่อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นข้อดี แต่ก็ไม่ได้หมายถึงไม่ต้องไปชาร์จมันเลยนะ ไม่ได้แปลว่าเก็บ Power Bank ไว้เฉยๆแล้วไฟในแบตมันจะไม่หมด มันแค่คายประจุต่ำเฉยๆ เลยทำให้ระยะเวลาที่ไในตัวจะหมดไปเองสามารถที่จะอยู่ได้นานกว่าถ่านชาร์จชนิดอื่นเท่านั้นเอง ตรงนี้เลยอยากจะแนะนำว่าให้ชาร์จทุก 3 เดือน ถ้าปล่อยให้ไฟในแบตหมดไปเองเมื่อไหร่ เคมีข้างในแบตก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำงานได้ด้อยลง พลอยจะทำให้อายุงานสั้นลงกว่าที่ควร
แค่นี้ Power Bank ก็น่าที่จะเข้าคอนเซ็ปต์ "รักษ์โลก" ได้ไม่ยาก เมื่อโลกหัน เราก็น่าจะหันตาม ทีนี้ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หรือเอเจนต์ซี่ใด ที่ยังมาองหาของแถมถูกใจให้ลูกค้า หรือเป็นของที่ระลึกในโอกาสต่างๆไม่ได้ เรียกใช้บริการเราได้ เรายืดหยุ่นกว่า สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบตามงบประมาณได้จ้า

มาเลือกแพคเกจจิ้งใส่พรีเมี่ยมแบตสำรองกัน

แพคเกจจิ้ง Power Bank (แจกแล้วทิ้ง หรือใช้จริงได้แบบไหนดีกว่ากัน)

ถ้าจะวัดคุณค่าหรือความคงทนถาวรของตัวสินค้าเองแล้ว แบตเตอรี่สำรองที่เรากำลังจะทำแจกกันเดี๋ยวนี้นั้น ก็ไม่ใช่วัตถุที่จะเสื่อมสลายภายใน 1 หรือ 2 ปี แถมเวลาใช้งานยังต้องพกพาไปไหนต่อไหนอีก ฉนั้นภาชนะ หรือบรรจุภัณฑ์ของมันก็น่าจะมีส่วนตัดสินใจอยู่บ้างไม่น้อย

ยกตัวอย่างเช่นจานข้าวเองก็มีหลายรูปแบบ ทั้งจานแก้ว จานพลาสติก จานสังกะสี จานเมลามีน หรือแม้กระทั่งจานกระดาษจากผักตบชวา เพื่อไม่ให้น้อยหน้า Power Bank เราก็น่าจะมีภาชนะที่เหมาะสมให้กับมันเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถสั่งทำได้ตามแบบต่อไปนี้
  1. กระเป๋าซิป, เคสซิป ซึ่งจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ เป็นเคสแข็งถ้าให้ยกตัวอย่างก็คงคล้ายๆกระเป๋าใส่ CD หรือ External HDD นั่นแหล่ะ จะมีคุณสมบัติกันน้ำ, กันกระแทก, มีที่เก็บหัวชาร์จและสายชาร์จ สามารถออกแบบรูปทรงได้ตามต้องการ (มีประโยชน์และใช้งานได้จริง)
  2. กล่องพลาสติกใส อาจจะแบ่งเป็นกล่องแข็งและกล่องอ่อน โดยแบบอ่อนจะเป็นพลาสติกประเภท PE, PET (ง่ายๆก็คือเหมือนกล่องพลาสติกใสที่ใช้ทำแพคเกจโดยทั่วไป) ข้อดีก็คือมองเห็นสินค้าด้านใน สวยงามเวลาแจก ราคาประหยัด ส่วนกล่องพลาสติกแบบแข็งนั้น กล่องแบบนี้จะสวยงามกว่ากล่องพลาสติกอ่อน (สวยพร้อมแจก แต่แกะแล้วก็ทิ้งเหมือนเดิม)
  3. มาแบบไหนไปแบบนั้น แจก แกะ แล้วทิ้งเลย อันนี้ก็แน่นอนว่า ต้นทุนค่าแพคเกจไม่มี แต่แน่นอนว่าเลือกรูปแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้ (สุดยอดประหยัดแจกแหลก)
หีบห่อข้างต้นที่กล่าวมา ราคาย่อมแตกต่างกันไปซึ่งก็อาจจะถือเป็นต้นทุนส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญเรายังสามารถพิมพ์โลโก้ของเราลงบนแพคเกจได้อีกด้วย หากเลือกที่จะใส่ใจในเรื่องของหีบห่อ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามสามารถสร้างความประทับใจได้มากกว่า ภาพโดยรวมเกี่ยวกับแพคเกจของ Power Bank สำหรับการทำสินค้าพรีเมี่ยม ก็มีประมาณนี้แหล่ะจ้าาา

ทำไมแบตสำรองถึงได้มีหลายราคานัก?

ความเหมือนที่แตกต่างของแบตสำรอง

หลายคนคงเริ่มแปลกใจที่ทุกวันนี้มีแบตสำรองออกมาขายมากมายเต็มไปหมด
ทั้งยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักและไม่รู้จัก เอ...แล้วมันมีความเหมือนหรือต่างกันตรงไหนบ้างล่ะ
คำตอบก็คือ "แทบจะไม่แตกต่าง" ในความเป็นจริงแล้วแบตเตอรี่สำรอง หรือ เจ้า Power Bank เนี่ย
มันมีส่วนประกอบหลักๆที่เหมือนๆกันซึ่งประกอบด้วย
  1. วัสดุโครงสร้างภายนอก ที่อาจจะผลิตมาจากพลาสติกหรือโลหะ เช่นอลูมิเนียม เป็นต้น
  2. แบตเตอรี่แบบ Li-Ion (ลิเธียมไอออน) หรือ Li-Polymer (ลิเธียมโพลิเมอร์)
  3. วงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือวงจรป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
  4. อุปกรณ์ที่แถมมาภายในชุด เช่น สายชาร์จ, หัวชาร์จสำหรับโทรศัพท์รุ่นต่างๆ
  5. แพคเกจจิ้ง หรือหีบห่อบรรจุภัณฑ์นั่นเอง
  6. ยี่ห้อ หรือการเป็นที่รู้จักในตลาด 
ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เกิดข้อแตกต่างเรื่องราคา
สำหรับการทำของพรีเมี่ยมนั้น อาจบอกไม่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์นักว่าในจำนวนที่เท่ากัน
ต้นทุนจะถูกกว่าการขายแบบราคาส่ง หรือราคาของตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เสริมเข้ามาอีกเช่น
  • การพิมพ์โลโก้ ขึ้นอยู่ตามความยากง่ายของรูปทรง, จำนวนสี หรือลักษณะของโลโก้นั้นๆ
  • การออกแบบแพคเกจใหม่ แน่นอนว่าเราคงไม่อยากจะแจกของที่ระลึกออกไปโดยไม่มีตรายี่ห้อของเรา หรือแจกไปกับกล่องเดิมๆที่ดูไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่นัก
  • และโดยส่วนใหญ่ของ Power Bank จำนวนมากในการผลิต รูปแบบที่โดดเด่น หรือแตกต่างจะมีราคาที่สูงกว่า ถ้าเทียบจากระดับความจุของแบตเตอรี่ที่เท่ากัน
  • ความต้องการพิเศษของลูกค้า เช่น สายคล้อง ป้ายชื่อ หรือลักษณะพิเศษอื่นๆบนสินค้า

แจก Power Bank ดียังไง?

คุณค่าของ Power Bank (แบตสำรอง, ที่ชาร์ตแบตสำรอง ฯลฯ สุดแท้แต่จะเรียกกันไป)

ปัจจุบันนี้คิดแจกอะไรทั้งที เห็นทีจะต้องคิดหนัก แจกแก้ว!! แจกปากกา!! แจกสมุดโน๊ต!! สุดท้ายก็จบที่แฟลชไดร์ฟ ถึงเวลาแล้วมั้งที่จะแจกอะไรใหม่ๆได้แล้ว

แล้วอะไรกันน้าที่ใครๆก็มีใช้กัน แถมแจกแล้วยังดูมีคุณค่า มีราคา แถมใช้ประโยชน์ได้จริงๆ

ใช่เลย!! แทบจะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว และก็ทุกคนอีกนั่นแหล่ะที่ต้องพบกับเหตุการณ์แบตเตอรี่หมด ฉุกเฉินไม่มีปลั๊ก ติดต่อใครก็ไม่ได้ หลงป่าแล้วว

เห็นมั้ยล่ะว่าถ้ามีอะไรซักอย่างมาแก้ปัญหานี้ได้มันจะดีขนาดไหน เรื่องแบบนี้คงต้องยกหน้าที่ให้ Power Bank นั่นเอง เจ้าก้อนแบตเตอรี่สำรองน้อยๆที่เก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในตัว พร้อมเสมอที่จะป้อนไฟให้โทรศัพท์ทันทีแค่เสียบสาย

เท่านี้ทุกคนก็จะได้ใช้โทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดอีก
เห็นมั้ยว่า "คนได้รับ Power Bank ก็รู้สึกดี ผู้ให้ยิ่งรู้สึกดีกว่าที่ได้เห็นโลโก้ที่พิมพ์ลงบน Power Bank เกิดคุณค่ามากที่ซู้ดดด"